Showing posts with label thai language. Show all posts
Showing posts with label thai language. Show all posts

As Thailand Attempts to Clean Up Foreign-Funded NGOs, US Interests Kick & Scream

April 4, 2022 (The New Atlas) - As Thailand prepares a new NGO law to encourage better transparency, accountability, and oversight of foreign-funded organizations including those involved in subversive and violent protests - pro-Western media has begun kicking and screaming in opposition to it. 




References: 


ฮ่องกงโมเดล​ in​ ไทยเเลนด์ (Hong Kong Model in Thailand)

 English Version: Thailand: US-funded Protest Flops Again - Ends With Mob Running From Police

US พยายามหนุนม้อปใช้รูปเเบบการประท้วงเเบบ ฮ่องกงโมเดล ในไทย จนเเล้วจนเล่าก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ ม้อปครั้งล่าสุดมีผู้ร่วมประท้วงหลักพันต้นๆ เจ้าหน้าที่พยายามจบม้อปด้วยวิธีที่ละมุนละม่อม ทุกขั้นตอนทำตามหลักสากล เเต่ยังมิวายโดนประนามว่า ใช้ความรุนเเรง 


ม้อปรูปแบบนี้ ยังคงมีต่อไปอีกเป็นเดือน(s) จนกว่ารัฐบาลจะจัดการรวบหัวรวบหางเอาผิดผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้สนับสนุน ต้องรวบทั้งหมดทุกองค์กร ,รายตัวรายบุคคล ,รายพรรค มันถึงจะจบ


เหตุผลที่ "อเมริกา" อยู่เบื้องหลังการ "ชุมนุม"

English Version Here: Why is the US Funding Protesters to Attack Thailand's Military and Monarchy?

วันที่ 5 สิงหาคม 2563 (Tony Cartalucci - LD) วอชิงตันมองว่า ประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความใกล้ชิดกับจีนมากเกินไปปรากฎให้เห็นถึงรูปแบบการแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาในการพยายามเปลี่ยนระบอบการปกครองที่ปรากฏชัดอยู่บนท้องถนนของประเทศไทยในขณะนี้



การประท้วงมีเป้าหมายอย่างเปิดเผยการต่อต้านรัฐบาล ทหารและสถาบันกษัตริย์ คล้ายกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่สหรัฐฯ หนุนหลังการประท้วงในฮ่องกงเมื่อไม่นานมานี้

#มันคือลัทธิล่าอาณานิคมแบบนีโอ – ปลุกปั่นขบวนการคลั่งประชาธิปไตย อันมีจุดมุ่งหมายในการทำลายเอกภาพในการตัดสินใจทางด้านนโยบายการต่างประเทศ เศรษฐกิจ และพันธมิตรทางการทหาร การคลั่งประชาธิปไตยที่ซุกซ่อนการให้หารสนับสนุนกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างลับๆ โดยมีวัถุประสงค์แอบแฝง

แม้ผู้ประท้วงจะไม่มีการระบุเป้าหมายที่ชัดเจน แต่เป้าหมายที่แท้จริงของความวุ่นวายที่สหรัฐฯ หนุนหลังผู้ประท้วงในไทย ก็คล้ายกับการสร้างความวุ่นวายในฮ่องกง – เพื่อกดดันปักกิ่ง โจมตีเสถียรภาพของจีน ทำลายเสถียรภาพของประเทศคู่ค้า


รวมทั้งพันธมิตรทางการทหารซึ่งรวมถึงประเทศไทยในปัจจุบัน
ประเทศไทย มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองในอาเซียนได้เพิ่มความสัมพันธ์กับจีนอย่างมีนัยสำคัญช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนเป็นหุ้นส่วนกับไทยในการส่งออก การนำเข้าสินค้าหลักของไทย โดยให้การลงทุนโดยตรง

จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเป็นส่วนใหญ่ในไทยช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนสนับสนุนการปรับปรุงกองทัพไทยให้ทันสมัย รวมทั้งในการก่อสร้างโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ระบบรถไฟความเร็วสูงที่จะขยายโครงการ One Belt, One Road (OBOR) ของจีนที่จะเจาะลึกเข้ามาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ไทยยังปฏิเสธอย่างเปิดเผยหลายครั้งที่จะเข้าร่วมกับสหรัฐฯในการกดดันปักกิ่งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เช่นทะเลจีนใต้ เห็นได้ชัดว่าเหตุใดสหรัฐฯจึงต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในประเทศไทย อยู่เบื้องหลังความปรารถนาที่จะผลักดันประเทศไทยให้ตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย

สื่อตะวันตกค้นหาหาความลับเบื้องหลังผู้ให้การสนับสนุนผู้ประท้วง สื่อตะวันตกสนุกที่จะรายงานการประท้วงในไทยแบบนิยาย "แฮร์รี่พอตเตอร์" ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในกรุงเทพฯเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม นายอานนท์ ผู้นำการประท้วงวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์และกองทัพของไทยอย่างเปิดเผย

รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้ทุนสนับสนุน - ประชาไท - กล่าวถึงการประท้วงเล็กๆ ในบทความที่ว่า "การปฏิวัติจะมีมนต์ขลัง : การประท้วงในธีมแฮร์รี่พอตเตอร์เรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์" แม้ว่าการประท้วงจะมีคนไม่ถึง 100 คนก็ตาม

สิ่งที่สื่อตะวันตกและหน่วยงานที่ได้รับเงินสนับสนุนจากสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวถึงคือ นายอานนท์เป็นใคร มีบทบาทของเขาในการเป็นผู้นำการประท้วงเป้นมาอย่างไร ใครเป็นทุนสนับสนุนกิจกรรมของเขา เพราะเหตุใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีการกล่าวถึงแรงจูงใจ

ที่แท้จริงของคนอย่างนายอานนท์ในการกำหนดเป้าหมายโจมตีทางการทหารและสถาบันกษัตริย์ของไทย เห็นได้ชัดว่าสหรัฐฯ ต้องการให้ระบอบการปกครองของไทยขึ้นอยู่กับอำนาจวอชิงตันทั้งทางการเงินและทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง ความเข้มแข็งของกองทัพและสถาบันกษัตริย์จึงไม่ตอบโจทย์ของวอชิงตัน

แม้จะเอ่ยชื่อนายอานนท์ นำภาและผู้นำคนอื่นๆ เป็นครั้งคราว แต่สื่อตะวันตกและสื่อในพื้นที่ก็ยืนยันว่าการประท้วงเป็นแบบ "ธรรมชาติ" และ "ไร้ผู้นำ" มุ่งเป้าไปที่การบรรลุเป้าหมายที่คลุมเครือ โดยอ้างถึงเจตนาอย่าง "ประชาธิปไตย" และ "สิทธิมนุษยชน"


การประท้วงไม่ได้ "ไร้ผู้นำ" นายอานนท์ นำภา เป็นทนายความและสมาชิกของ Thai Lawyers for Human Rights (TLHR) ได้รับการสนับสนุนตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯผ่านทาง

National Endowment for Democracy (NED) ที่มีชื่อเสียงมายาวนานซึ่งถูกเปิดโปงว่าเป็นแขนขาของความพยายามในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ไปทั่วโลก

A special thanks to Twitter user @jOR_osk99 who translated this article in a Twitter thread. ขอบคุณมากครับ

ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย

West Finds New Anti-China Puppet in Wake of Thai Elections (Original English) 
ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย 

การแทรกแทรงทางการเมืองของโลกตะวันตกเผชิญกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง คราวนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย 


ด้วยประชากรณ์กว่า 70 ล้านคน และเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังก้าวสู่การเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคที่สำคัญในนโยบาย One Belt, One Road ของจีน ทำให้สหรัฐและพันธมิตรต้องการจะหนุนฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนขึ้นสู่อำนาจในการเลือตั้งของไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชารัฐซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับกองทัพได้คะแนนความนิยมที่สูงกว่า ทำให้ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐหนุนหลังพบกับความพ่ายแพ้ร้ายแรงในการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจเป็นครั้งแรกในปี 2544 

ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐหนุนมีผู้นำคืออดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐี นักโทษหนีคดีผู้ลี้ภัยทางการเมือง เขาถูกโค่นล้มจากอำนาจในปี 2549 ภายหลังมีข้อครหาการคอรัปชัน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการพยายามจะกุมอำนาจรัฐทั้งหมดไว้ทกับตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

จากนั้นมาทักษิณได้พยายามจะหวนคืนสู่อำนาจผ่านทางการใช้ตัวแทนหลายคน ซึ่งหนึ่ในนั้นมีน้องสาวของตน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งปี 2554 ถึง 2557 และเฉกเช่นเดียวกับพี่ชาย ได้ถูกโค่นล้มจากอำนาจโดยการแทรกแทรงของศาลและกองทัพ 

นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ทักษิณ ชินวัตร ยังคุมกลุ่มผู้ชุมนุมบนท้องถนนที่นิยมความรุนแรงที่รู้จักกันในนาม "เสื้อแดง" ในขณะเดียวกัน ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าเอ็นจีโอที่ได้รับเงินทุนจากสหรัฐ , กลุ่ม”นกเคลื่อนไหวนักศึกษา” และได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสื่อตะวันตก