Showing posts with label thai language. Show all posts
Showing posts with label thai language. Show all posts

ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย

West Finds New Anti-China Puppet in Wake of Thai Elections (Original English) 
ตะวันตกพบหุ่นเชิดผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนคนใหม่ในการเลือกตั้งไทย 

การแทรกแทรงทางการเมืองของโลกตะวันตกเผชิญกับความพ่ายแพ้อีกครั้ง คราวนี้ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย 


ด้วยประชากรณ์กว่า 70 ล้านคน และเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกำลังก้าวสู่การเป็นพันธมิตรระดับภูมิภาคที่สำคัญในนโยบาย One Belt, One Road ของจีน ทำให้สหรัฐและพันธมิตรต้องการจะหนุนฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อจีนขึ้นสู่อำนาจในการเลือตั้งของไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม พรรคพลังประชารัฐซึ่งมีความเกี่ยวโยงกับกองทัพได้คะแนนความนิยมที่สูงกว่า ทำให้ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐหนุนหลังพบกับความพ่ายแพ้ร้ายแรงในการเลือกตั้งเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจเป็นครั้งแรกในปี 2544 

ฝ่ายปฏิปักษ์ที่มีสหรัฐหนุนมีผู้นำคืออดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐี นักโทษหนีคดีผู้ลี้ภัยทางการเมือง เขาถูกโค่นล้มจากอำนาจในปี 2549 ภายหลังมีข้อครหาการคอรัปชัน การละเมิดสิทธิมนุษยชน และการพยายามจะกุมอำนาจรัฐทั้งหมดไว้ทกับตัวโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

จากนั้นมาทักษิณได้พยายามจะหวนคืนสู่อำนาจผ่านทางการใช้ตัวแทนหลายคน ซึ่งหนึ่ในนั้นมีน้องสาวของตน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีตั้งปี 2554 ถึง 2557 และเฉกเช่นเดียวกับพี่ชาย ได้ถูกโค่นล้มจากอำนาจโดยการแทรกแทรงของศาลและกองทัพ 

นอกจากพรรคเพื่อไทยแล้ว ทักษิณ ชินวัตร ยังคุมกลุ่มผู้ชุมนุมบนท้องถนนที่นิยมความรุนแรงที่รู้จักกันในนาม "เสื้อแดง" ในขณะเดียวกัน ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าเอ็นจีโอที่ได้รับเงินทุนจากสหรัฐ , กลุ่ม”นกเคลื่อนไหวนักศึกษา” และได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสื่อตะวันตก 

ทักษิณ ชินวัตร:รัฐบาลหุ่นเชิดวอลล์สตรีท?

Isra News Agency 
วันอังคาร ที่ 24 ธันวาคม 2556 
ดร.ณัชร สยามวาลา แปล/เรียบเรียง

"..รัฐบาลปัจจุบันของประเทศไทยนั้นอยู่ใต้อำนาจการบริหารอย่างเปิดเผยของผู้ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกแล้ว 2 ปี คือ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งกำลังกบดานอยู่ต่างประเทศและบริหารประเทศผ่านน้องสาวของตนเองคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผ่านกลไกทางการเมืองขนาดใหญ่ของเขาอันได้แก่ “พรรคเพื่อไทย” (พท) พท. มีทัพหนุนในรูปแบบของม็อบที่ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อกลุ่มว่า “พวกเสื้อแดง”.."
tk24-12-13
หมายเหตุ เป็นบทความชื่อ “ขุดรากถอนโคนรัฐบาลหุ่นเชิดของวอลล์สตรีทในประเทศไทย”เขียนโดย โทนี่ คาร์ตาลุชชี่ จาก:http://landdestroyer.blogspot.com/2013/11/thailand-uprooting-wall-streets-proxy.html (เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2556) สำนักข่าวอิศรา เห็นว่า เป็นมุมมองมองที่แตกต่างจากนักข่าวตะวันตกโดยทั่วไปและยังเชื่อมโยงทุนของกลุ่มชินวัตรกับทุนของบรรษัทข้ามชาติที่อยู่ในตลาดวอลล์สตรีทและลอนดอน
---
26 พ.ย. 2556 การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่กว่าครั้งใดที่เคยมีมาก่อนได้เกิดขึ้นในกรุงเทพมาหลายสัปดาห์แล้ว ในบางครั้งจำนวนผู้ชุมนุมพุ่งขึ้นไปถึงหลายแสนคน โดยตัวเลขโดยประมาณมีอยู่ระหว่างหนึ่งแสนถึงสี่แสนคนในช่วงที่คนมามากที่สุด ทำให้การชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยในยุคนี้
1
v2
v3
ภาพประกอบ: ภาพต่าง ๆ จากทั่วกรุงเทพแสดงให้เห็นกลุ่มคนเป็นจำนวนมากประท้วงรัฐบาลปัจจุบันในประเทศไทย กลุ่มผู้ชุมนุมนี้ต่างจากม็อบ “เสื้อแดง” ของรัฐบาลที่ได้รับการสั่งการโดยทักษิณ ชินวัตร ในแง่ที่กลุ่มผู้ชุมนุมนี้เป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่นำโดยกลุ่มแกนนำและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย ตั้งแต่สหภาพแรงงานไปจนพรรคการเมืองและคนดังในแวดวงสี่อต่าง ๆ จำนวนผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในขณะนี้มีมากมายมหาศาลจนเกินความสามารถใด ๆ ของทักษิณและกลไกทางการเมืองของเขาที่จะพยายามจัดม็อบสนับสนุนฝ่ายตนมาเทียบได้ ในขณะนี้ กลุ่ม “เสื้อแดง” ไม่สามารถแม้แต่จะจัดตั้งม็อบให้ได้เต็มถึงเศษหนึ่งส่วนสี่ของสนามกีฬาที่อยู่ไม่ไกลออกไป ทั้งนี้ความพยายามในการจัดตั้งม็อบต่อต้านผู้ประท้วงรัฐบาลสองครั้งก่อนหน้านี้ก็ต้องถูกยกเลิกไปด้วยเพราะไม่สามารถจัดได้สำเร็จ
การชุมนุมต่อต้านรัฐบาลนี้มีเป้าหมายเพื่อขับไล่รัฐบาลปัจจุบันออกไปภายหลังที่รัฐบาลได้ปฏิเสธที่จะยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่ว่า ความพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
รัฐบาลปัจจุบันของประเทศไทยนั้นอยู่ใต้อำนาจการบริหารอย่างเปิดเผยของผู้ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกแล้ว 2 ปี คือ ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งกำลังกบดานอยู่ต่างประเทศและบริหารประเทศผ่านน้องสาวของตนเองคือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และผ่านกลไกทางการเมืองขนาดใหญ่ของเขาอันได้แก่ “พรรคเพื่อไทย” (พท) พท. มีทัพหนุนในรูปแบบของม็อบที่ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อกลุ่มว่า “พวกเสื้อแดง” นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากเอ็นจีโอที่ได้รับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศอีกจำนวนมากมายหลายกลุ่มและยังมีกลุ่มนักโฆษณาชวนเชื่ออีกด้วย
ในขณะที่เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องราวที่ตรงไปตรงมาและน่าจะปิดคดีลงได้แล้วในเรื่องของความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลปัจจุบัน แต่ประเทศตะวันตกต่าง ๆ กลับเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาล “เคารพกฎหมาย” และยังประณามกลุ่มผู้ประท้วงที่เข้ายึดอาคารของกระทรวงต่าง ๆ อีกด้วย

The Traitor is the Plague (Thai/ไทย)

The Traitor is the Plague (with Thai/ไทย translation) 

“A nation can survive its fools, and even the ambitious. But it cannot survive treason from within. An enemy at the gates is less formidable, for he is known and carries his banner openly.

But the traitor moves amongst those within the gate freely, his sly whispers rustling through all the alleys, heard in the very halls of government itself. For the traitor appears not a traitor; he speaks in accents familiar to his victims, and he wears their face and their arguments, he appeals to the baseness that lies deep in the hearts of all men. He rots the soul of a nation, he works secretly and unknown in the night to undermine the pillars of the city, he infects the body politic so that it can no longer resist.

A murderer is less to fear. The traitor is the plague.”

-Marcus Tullius Cicero, 106 BC - 43 BC



ไม่มีเมืองไหนไร้ชนเขล่าหรื

อคนกล้าแต่ยากที่จะทานชนสันดานสามานย์ เฉกเช่นเห็นศัตรูที่ประตูยังอุ่นใจเพราะเห็น แต่พวกสันดานสามานย์นั้นปะปนกับสามัญชน คอยกัดกร่อนริดรอนความปรองดองและภาสุขด้วยกิริยาภาษาที่นิ่มนวลและน่าเชื่อถือจนคนไม่ระแวงแล้วค่อยทำตามแผนดังที่ตั้งไว้
 เพราะพวกเขาเป็นลัทธิโดยใช้อำนาจและกิเลสเป็นตัวนำในการหาพวกพ้องและขยายวงไปไม่หยุดจนกว่าตนจะเป็นใหญ่และกุมอำนาจเบ็ดเสร็จเพื่อประโยชน์ของตนและสาวก

ฆาตรกรย้งไม่เลวเท่าชนสันดานสามานย์

มาร์คัส ตุลลิอุส ซิเซโร BC 106



Image: Traitors from around the world: 1. Moncef Marzouki, Tunisia, 2. Mikhail Khodorkovsky, Russia, 3. Alexey Navalny, Russia, 4. Anwar Ibrahim, Malaysia 5. Mohamed ElBaradei, Egypt 6. Thaksin Shinawatra, Thailand 7. Mustafa Abdul Jalil (shaking hands with France's Nicolas Sarkozy), Libya 8. Mahmoud Jibril, Libya 9. Aung San Suu Kyi, Myanmar. (click on image to enlarge) 

โฉมหน้าของชนสันดานสามานย์ของโลก: 1.นาย มูเซฟ มาร์ซูกิ แห่งตูนีเซีย, 2.นาย มิกเฮล์ โคด๊อฟค๊อฟส์กี้ แห่งรัสเซีย, 3.นาย อเล็กซี้ นาลวาลนี้ แห่งรัสเซีย, 4.นาย อันวาร์ อิบราหิม แห่งมาเลย์เซีย, 5.นาย โมหามัด แอลบาราเดย์ แห่งอียิปธ์, 6.นาย ทักษิน ชินวัตร แห่งประเทศไทย, 7.นาย มุสตาฟา อับดุล จาลิล แห่งลิเบีย, 8.นาย มามุด จิบริล์ แห่งลิเบีย, 9.นาง ออง ซาน ซู จี แห่งพม่า

Globalists' Worst Nightmare (Thai)

ฝันร้ายของนายทุนข้ามชาติ
เศรษฐกิจพอเพียงคือคำตอบปัญหาการเมืองทั่วโลก

Globalists' Worst Nightmare: Self-Sufficiency: a universal solution to the globalist problem. (English Version)

บทนำ

ส่วนมากแล้วเมื่อมีปัญหาการเมือง คำตอบคือการชุมนุมกันตามที่ต่างๆ
แต่คราวนี้เราลองทบทวนและสังเกตุบุคคลากรซึ่งชักจูง นำพา และผลลัพธ์ที่ตามมากัน

เช่น การชุมนุมที่วอชิงตันในปี2010 นำโดย นายเกลน เบค(Glenn Beck)เพื่อการ "ชูเกียรติ์ชนคนอเมริกัน" (Restoring Honor) ที่ไร้สาระ และไร้ประโยชน์ที่สุด ซึ่ง ณ บัดนั้นผู้ร่วมร้อยทั้งร้อยมาด้วยความตั้งใจที่ดีจากทุกสารทิศ ซึ่งคนทั้งหมดนี้ มาด้วยพาหนะที่ผลิตโดยบริษัททื่อยู่ในเครือFortune 500(แม็กกาซีนที่จัดอันดับบริษัทในอมเริกา) ระหว่างทางพวกเขาก็แวะปั้มน้ำมัน(Esso,Shell) ที่อยู่ในเครือเดียวกัน ทานอาหาร"ขยะ" (Fastfood)จากร้าน(Mc,KFC)ที่อยู่ในเครือเดียวกัน พักในโรงแรม(Hilton,Marriot)ในเครือเดียวกัน จับจ่ายในห้าง(Tesco,Carrefour) ที่อยู่ในเครือเดียวกัน เวลากระหายก็ดื่มน้ำอัดลม(Coke,Pepsi)ที่อยู่ในครือเดียวกัน พอถึงบ้านก็ดูเคเบิล(UBC) ของบริษัทในเครือเดียวกัน ดูข่าว(ช่อง3,5,7,9,11) ที่ถูกจัดแต่งโดยบริษัทที่อยุ่ในเครือเดียวกัน

จาก ที่เล่ามา เราจะไม่สามารถปฎิวัตระบบได้ตราบใดที่เรายังต้องพึ่งบริษัทในเครือเหล่านี้? อุปมาสิ่งที่เกิดคือการย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายมากระเป๋าขวากับมายาความ รู้สึก"พิเศษ" และตอนสุดท้ายบริษัทใหญ่ๆในคณาธิปไตยก็แบ่งกันรับทรัพย์ไป

ถ้าเรา ตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดเฉพาะในอเมริกาแต่กับทั่วโลก มันเป็นคณาธิปไตยของบริษัทใหญ่ๆที่พยายามจะกักตุนอำนาจโดยการใช้กฎ'กติกู' และการแทรกแซงอำนาจของรัฐ(น้ำมันปาล์ม,น้ำตาล)ฉะนั้นการชุมนุมของนาย เกลน เบค จึงไม่ใช่แค่ไร้สาระ แต่กลับเป็นการต่อยอดให้กับเครือข่ายเหล่านี้การกระทำที่ถูกควรเน้นไปที่ บริษัทในเครือคณาธิปไตยนื้ไม่ใช่ที่รัฐบาล(ที่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นตัวกลาง ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค)

จากตรงนี้มันจึงสำคัญที่เราต้องรู้ข้อมูลให้ครบก่อน เพื่อจะให้เกิดปฎิวัตอย่างมีหลักการและจุดยืนที่เป็นเอกเทศจากบริษัทในเครือเหล่านี

เข้าใจในการขยายอำนาจข้ามประเทศ

ถึง ณ ตอนนี้การขยายอำนาจของคนกลุ่มนี้เริ่มรุนแรงถึงขั้นดับเครื่องชนเช่นการจัด ฉากการจลาจลที่อียิปต์และตูนีเซีย และสถานการณ์ในลิเบียของกองกำลังผู้ประท้วงพร้อมอาวุธต่อกองกำลังทหารจาก ต่างแดนซึ่งโชว์ห่วยเช่นนี้ เป็นวิธีในการขึ้นสู่อำนาจเฉกเช่นในช่วงปลายปี90ภายใต้ชื่อ'เศรษฐกิจฟองสบู่ 'และ'ไอเอ็มเอฟ(IMF)'(ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ)

หลายๆดินแดนตกเป็นเหยื่อ อุบายของไอเอ็มเอฟดังกล่าว ที่มาพร้อมข้อบังคับต่างๆภายใต้ชื่อการ'ปฎิรูป'ซึ่งเป็นโชห่วยของกลุ่ม' ลัทธิครอบครองอาณานิคม(ใหม่)'(Neo-Colonialism) ที่อยู่ภายใต้กระแส'ตลาดเสรี'(economic liberlization) เพื่อช่วยในความเข้าใจตามที่กล่าวมา เราควรเข้าใจกลุ่ม'ลัทธิครอบครองอาณานิคม'(Colonialism)ที่อธิบายโดยภาพล่าง




ภูมิศาษตร์การเมืองรอบประเทศไทยช่วงปี1800-1900 ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่คงความเป็นเอกราชในภูมิภาคเอเชียตะวันออก

ประเทศไทยในช่วงปี1800ณตอนนั้น เป็นเมืองสยาม ซึ่งถูกห้อมล้อมโดยเมืองขึ้นต่างๆ(ตามในภาพ)ของลัทธิดังกล่าว ในที่สุดถูกบีบให้ลงนามในสนธิสัญญาบาวริ่ง(Bowring Treaty)ในปี1855 เดี๋ยวเรามาดูกันว่า ในช่วงเวลานั้นนโยบายและการขอสัมปทานของเขาต่างจากเกณฑ์ของ'ตลาดเสรี'ใน วันนี้ไหม?
1. ให้สิทธินอกอาณาเขตแด่คนอังกฤษในสยาม
2. คนอังกฤษสามารถค้าขายได้อย่างเสรีตามท่าเรือและอยู่อย่างถาวร
3.
คนอังกฤษสามารถเช่าและซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในกรุงเทพ
4.
คนอังกฤษสามารถเดินทางในสยามได้อย่างเสรีโดยมีบัตรผ่านจากกงสุล
5. ภาษีถูกตั้งไว้ที่3%ยกเว้นฝิ่นและทองแท่ง
6. พ่อค้า
อังกฤษสามารถค้าขายโดยตรงกับคนสยาม


ตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ ก็อย่างที่การใช้การทหารเพื่อควบคุมแบบเบ็ดเสร็จที่อิรักกับการแบ่งชาติ อิรักขายของนาย พอล เบรเมอร์ (CFR) ซึ่งพวกฉวยโอกาสก็ได้แต่เฮรับผลประโยชน์จากนัย"การค้าเสรี" ฉันทะดังว่า ประกาศใหัทั้งโลกได้รู้ว่า "มีการเทกระจาดขาย ถ้าเหตุการที่อิรักไปด้วยดี พวกเราก็จะมีประเทศแห่งฝันของพวกทุนสามานท์กัน"

1.สามารถเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ในอิรักได้100%
2.สามารถส่งกำไรกลับภูมิลำเนาได้
3.มีสิทธิเทียบเท่ากับบริษัทในประเทศ
4.ธนาคารต่างประเทศสามารถดำเนินกิจการและซื้อหุ้นส่วนของกิจการในประเทศได้
5.ภาษีรายได้และพาณิชย์ถูกตั้งไว้ที่15%
6.ภาษีศุลกากรถูกตั้งไว้ที่5%

อ่านเพิ่มได้ที่นี่

น้อยคนที่จะไม่เห็นความคล้ายของอุบายเก่าๆในการใช้ยึดอาณานิคมที่ ใช้โดยไอเอ็มเอฟช่วงปี90ช่วงตลาดล่ม ซึ่งเจ้าตัวเองก็พยายามจะเน้นจุดยืนเรื่องความจำเป็นของเศรษฐกิจเสรี

ที่ แน่ๆคือการสยบให้กับการเมืองเดิมๆที่ใช้จุดยืนเดียวกันภายใต้นัย ของ"เสรี" เคนเนธ พอลแลค แห่ง สถาบันบรู๊กคลิน ได้พูดว่าความยุ่งยากที่ตะวันออกกลางเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นว่าประเทศนั้นๆ เดินมาถูกทางหรือไม่ โดยว่าประเทศนั้นจะยอมจำนน เรื่องของ การค้าเสรี การปฏิรูปการศึกษา อธิปไตย กฏหมู่มาก หรือจะเป็นเอกเทศ"

ไม่นานสยามก็เริ่มถอนสัญญาบราวนิ่งปี1855จนถึงตอนนี้ ที่ทางทุนสามานท์ไอเอ็มเอฟได้พยายามใช้สัญญานี้อีก

ทุนสามานท์ในเมืองไทย

คำ ตอบของประเทศไทยกับทุนสามานท์ และไอเอ็มเอฟ อยู่ในวิถีชีวิตแบบประมาณตน ซึ่งเป็นคำตอบสุดท้ายของสงครามระหว่างอำนาจเงินกับความเป็นอยู่ ความเป็นเอกเทศ และ ความรักชาติ และเป็นประเทศเดียวที่ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของใครโดยการปกครองของราชวงศ์ เป็นเวลาถึง800ปี ซึ่งราชวงศ์ต้นแบบเองก็มีประวัติ์ยาวเท่ากับประเทศอเมริกา และนายหลวงของเราองค์ปจุบันเองก็ถือให้เป็นตัวแทนเจ้าแผ่นดินและคำสอน
ที่มาจากความรักและห่วงใยที่พ่อหลวงได้ชี้แนะให้ประชาชนของท่านหมั่นปฏิบัตินั้น........

..........คำตอบก็คือเศรษฐกิจพอเพียง พอเพียงในสถานะประเทศ ในสถานะจังหวัด ในสถานะชุมชน ในสถานะครอบครัว ซึ่งผู้ริเริ่มไม่ใช้ใครแต่เป็นพ่อหลวงซึ่งมีอีกหลายคนบนโลกที่เห็นเหมือน กันโดยเน้นการเป็นเอกเทศจากทุนสามานท์




ภาพของเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ประโยชน์จากธรรมชาติซึ่งไม่เบียดเบียนใครและเป็นเนื้อแท้ของการเป็นเอกเทศ

เศรษฐกิจ พอเพียงเริ่มง่ายๆจากการปลูกเองทำเองและมีพอกิน ดังเช่นภาพของชาวนาข้างหลังแบงค์พันบาทโดยของเหลือก็สามารถนำไปขาย เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการงานหรือทำให้ชีวิตดีขึ้นได้




แบงค์ราคาพันบาทของไทยที่มี เขื่อนอยู่ด้านซ้าย พระเจ้าอยู่หัวอยู่ตรงกลาง และชาวนาด้านขวา

ทฦษฎีใหม่นี้เน้นการทำประโยชน์จากผืนดิน ซึ่งช่วยเตือนไม่ให้ชาวนาหนีนาเข้ากรุงเพราะจะก่อปัญหาทุนสามานท์กว่านซื้อ ที่ดิน และที่นาซึ่งนำไปสู่ปัญหาระดับชาติ ซึ้งผู้ที่รู้จะไม่ทำ

เพื่อที่จะได้มาซึ้งความเจริญและชีวิตศิวิไลส์ ผู้คนจะยอมจำนน ทรัพย์สิน จุดมุ่งหมาย และทำงานที่ไม่ทำประโยชน์อย่างแท้จริงต่อส่วนรวม และเริ่มหันเข้าสู่วิถีชีวิต"คนเมือง" และบทของผู้บริโภค ภายใต้ระบบนี้วิธีแก้ปัญหา ประชากรล้นเมือง อากาศเป็นพิษ อาชญากร และเงินเฟ้อ ก็เป็นแค่การหลอกให้ดีใจเล่นเช่
VAT7%, ประกันสังคม30บาท, ค่าจ้างขั้นต่ำ 15000บาท และอีกหลายๆโครงการ ที่ไม่มีประโยชน์โดยแท้จริง




นอกจากนี้ปัญหาที่มาจากอำนาจรัฐเกินขอบเขต เช่นการดูแลไม่ทั้วถึงและการค้นประวัติ ซึ่งนำไปสู่การริดรอนสิทธิส่วนบุคคล และสิทธิเสรีของคนๆนั้น โดยการให้เศรษฐกิจเป็นตัวกำหนดค่าของประเทศและประชากร



ภาพแสดงถึงผู้คนเข้าเมืองเพราะความโลภเพื่อเจอกับชีวิตสิวิไลซ์ดัง อาเจนด้า21


ภายใต้ทฦษดีใหม่ นี้ ได้มีการกระจายโครงการ"สาทิต " เพื่อให้ความรู้ด้านการเกษตรและการดำรงชีพ โครงการเช่นนี้เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศที่ประสพปัญหาเศรษฐกิจ และด้วยปรัชญาของพ่อหลวงทำให้ประเทศไทยได้ผ่านวิกฦตเศรษฐกิจได้ด้วยดี ตรงนี้สวมารถดูได้จากราคาข้าวแกงที่ไม่แตกต่างจาก10ปีก่อนมากนัก และตรงนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าการดำรงชีพของคนไทยส่วนมากยึดหลักศรฐกิจพอเพียง ฉันท์ใดฉันท์นั้นหลักความพอเพียงเริ่มเป็นที่ยอมรับในทุกชนชั้นและในนานาประเทศ ทำให้ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนควรเปิดรับและปฏิบัติตามปรัชญาของพ่อหลวงเรานี้

การเค้นของทุนสามานท์

ด้วย ปรัชญาที่ริเริ่มโดยพ่อหลวง ที่เป็นที่ยอมรับทั่วทุกสารทิศและปฏิบัติกันทั่วหน้าทำให้คนไทยส่วนมากดำรง ชีพอย่างมีสติ ซึ่งทำให้ทุนสามานท์ไม่สามารถเข้าถึงได้และที่น่า่ตกใจที่สุดคือการสวมรอย โดยนักวิชาการ ที่กล่าวว่าปรัชญานี้คือการปรุงแต่งจาก"คิดให ม่ทำใหม่"ของ นช.ทักษิณที่นักวิชาการชักนำว่า เป็นการตั้งหลักสู่การปกครองระบบเสรีที่มีมาตลอด โดยมองข้ามความสำคัญของปรัชญาของพ่อหลวงและผลลัพย์ของการปฏิบัต และหนำซ้ำยังโวอีกว่าผลลัพย์ที่ได้มาก็ไม่ต่างจากวิธีของเขาเลย หนำซ้ำนักวิชาโกงเหล่า่นี้ก็โวด้วยว่าปรัชญานี้เป็นการปรุงแต่งจากการคิดของ พวกเขา

นักวิชาโกงเหล่านี้ยังพยายามหาว่าการดำรงชีพอย่างพอเพียงมาจาก นช.ทักษิณ และควรช่วยให้เขากลับมาโกงชาติอีก

โปรดตระหนักว่าสังคมนิยมกับปรัชญาพอเพียงนั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง สังคมนิยมนั้นเน้นการพึ่งจากรัฐซึ้งได้มาดูแลแค่ที่ปลายเหตุ ไม่ได้ทำให้ชาวนามีกินมากขึ้น หรือคิดค้นเทคโนโลยีช่วยให้ชาวนาสบายขึ้น แต่กลับเป็นการใช้วิธีเก่าๆตามที่บันทึกมา มันเป็นการแจกจ่ายทรัพยากรของประเทศเพื่อช่วยบรรเทาความเป็นอยู่ ซึ่งระบบสังคมนิยมเป็นแค่ตัวเลือกชั่วคราวระหว่างคำตอบที่จะมาจากความก้าว หน้าทางเทคโนโลยีและปัญหาความเป็นอยู่ที่เห็นๆกันอยู่จะประจบกันด้วยดี ระหว่างนั้นการบริหารแบบทุนสามานท์ก็
ทำได้แค่ให้ประชาชนต้องพึ่งรัฐ รัฐต้องพึ่งสภา สภาต้องพึ่งนายก และนายกจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับประชาชน? ฉะนั้นระบบนี้ได้แต่สร้างปัญหา ไม่ได้ช่วยแก้เลย

อีกมุมมองหนึ่งที่มาจากนาย แอนดริว วอร์คเกอร์ แห่งมหาลัยออสเตรเลียที่ใช้ประเด็นว่า"แมนดาล่าคนใหม่" ที่มีหน้าที่คอยซ่อนนัยของทุนสามานท์ที่มีคนดังอย่างนาย โรเบิร์ท อัมสเตอร์ดัม ร่วมด้วย

โดยนาย วอร์คเกอร์สรุปรายงานของเขาจากการที่ได้อยู่
างตอนเหนือของประเทศไทยที่"บ้านเตียน" ที่แย้งปรัชญาพอเพียงภายใต้หัวข้อ "ความเข้าใจผิดในการเป็นอยู่ของคนชนบท " ซ้ำยังบอกอีกว่า ปรัชญาพอเพียงไม่เพียงพอในการแก้ปัญหา และทำให้บุคคลากรเสียโอกาส

แต่สำหรับนักวิชาโกงกลับชี้นำว่ามันทำให้ผู้คนดำรงชีพได้ โดยไม่ต้องจากภูมิลำเนาทำให้ไม่ต้องพึ่งรัฐ และไม่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของทุนสามานท์

แต่สำหรับคนอย่างนาย แอนดริว ที่นิยามของความพอเพียงคือการทำงานสบายๆในอ๊อฟฟิสแล้วก็กลับบ้านไปนอนบนโซฟา หรูดูทีวีจอแบน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วผลผลิตควรมาจากธรรมชาติ และความเข้าใจในวิทยาสาตร์และเทคโนโลยีที่สามารถทำประโยชน์ให้กับเพื่อนม นุษณ์อย่างแท้จริงน่าจะตรงโจทย์และดีที่สุด

นอกจาก"เดอะอีคอนอมิสต์" และ"แอนดริว วอร์คเกอร์" แล้วทางทุนสามานท์ก็พยายามสร้างกระแสผ่านกลุ่มคนเสื้อแดงโดยมีนาย ใจ อึ้งพากร ที่ได้เขียนเองเออเองว่าความพอเพียงคือการที่ประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนเป็น สังคมนิยมซึ่ง
ดูแลโดยรัฐ

บทความต่างๆของนาย ใจ อึ้งพากร ท่านสามารถอ่านได้ที่"socialist worker online" ซึ้งหลายๆโฆณาชวนเชื่อของเสื้อแดงก็มาจากที่นี้เหมือนกัน

เราควร ทราบด้วยว่าหัวหน้าของพวกเสื้อแดงคือ นช.ทักษิณ ที่กำลังจะขายชาติให้กับกลุ่มคาร์ลไลล์ในปี2006 ซึ่งหลังจากที่พ้นเก้าอี้นายกนาย เจมส์ เบเกอร์ จากสำนักงานทนายเบเกอร์
บอทท์ นาย เคเนธ เอเดลแมน จากสำนักโฆษณาเอเดลแมน นาย โรเบิร์ต แบล็ควิล จากบาโบกริฟฟิทแอนโรเจอร์ และนาย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม จากอัมสดัมแอนด์แพรอฟที่เป็นสมาชิกของกลุ่มทุนสามานท์ แชตตัมเฮาส์ ก็กรูกันออกมาเสนอหน้าร่วมด้วยช่วยกัน

การที่จะพูดว่า นช.ทักษิณ และกลุ่มคนเสื้อแดงรับเงินช่วยจากต่างประเทศมันยังแค่จิ๊บๆ

ถึงแม้ตัวพ่อจะไม่อยู่แต่กลุ่มตัวแทนเสื้อแดงก็ยังขยับขยายจากการสนับสนุนของกลุ่ม "เรียกร้องสิทธิมนุษย์เสรีชน"(NGO) ที่ให้ทุนกับ"Prachatai" ซึ่งเป็นตัวเชื่อมพวกเสื้อแดงกับการเคลื่อนไหวในสภา ซึ้งก็ไม่วายที่จะต้องขอตะแบงด้วยรางวัลโชห่วย"Deutche welle blog awards" ที่นาย เอเดลแมนนั้งเก้าอี้เป็นคณะกรรมการอยู่




การ ได้ทวีท(TWITTER)เพื่อเปิดตัวPrachataiซึ่งได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนเสื้อ แดงและเป็นเครือค่ายของกลุ่ม"เรียกร้องสิทธิมนุษน์เสรีชน" เพื่อใช้ในการซ่อนนัยของกลุ่มทุนสามานท์ที่ต้องการลดประชากรโลกอย่างอำมหิต

กลุ่ม ทุ่นสามานท์เมื่อเห็นโอกาสก็รีบตักตวงระหว่างที่คนส่วนมากยังตีโจษท์ไม่ออก เพราะประเทศไทยและอีกหลายๆประเทศถูกจัดฉากโดยกลุ่มทุนสามานท์ หนทางเดียวที่เราจะชนกับมันได้คือใช้วิธีเดียวกันกับมันผ่านประชานิยม

อ่านเพิ่มได้ที่นี่

เพื่อวันนี้และวันข้างหน้า

มันจึงไม่แปลกที่คนไทยจะประยุกต์ความรู้ด้านเกษตรกรรมและเทคโนโลยีเข้าด้วย กันเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น ซึ่งในเมืองก็ด้วยกับกิจการเล็กๆที่เริ่มมีการพัฒนาทั้งด้านการผลิตและการ ขยายผลกำไรซึ่งในบางทีอาจแซงบริษัทใหญ่ๆด้วยซ้ำ หลายๆกิจการเดี๋ยวนี้ใช้คอมพิวเตอร์ดูแลในหลายๆจุดดังเช่นเครื่องเย็บผ้า สมัยใหม่ที่ช่วยให้การทำตามออร์เดอร์ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องไปพึ่งโรงงานของบริษัทใหญ่ๆที่เป็นเครือข่ายของกลุ่มทุนสามานท์



ด๊อกเตอร์ นีล เกรชเช่นเฟลด์ จากเอ็มไอทีและ"แฟบแล็บ "ของเขา ที่ซึ้งเขาคิดค้นนวตกรรมต่างๆขึ้น

การที่จะนำความรู้ทางวิทยาสาตร์มาสู่คนท้องถิ่นใครว่าเป็นไปไม่ได้ ศาสตราจาร์ณ
ด๊อกเตอร์ นีล เกรชเช่นเฟลด์ ได้สร้าง"ห้องทดลองประดิษฐ์ " หรือ"แฟบแล็บ" ที่มีศักยภาพเทียบเท่าโรงงานเล็กๆได้เลย "แฟบแล็บ"ของเขาได้ถูกจำลองใช้อย่างแพร่หลายและจะเป็นตัวการเริ่มที่ผู้บริโภคจะเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ออกแบบและผู้ผลิตแทนแต่ที่จะบริโภคเท่านั้น



ด๊อกเตอร์ นีล เกรชเช่นเฟลด์ กล่าวเกี่ยวกับ"แฟบแล็บ"ที่ทีอีดี




ด๊อกเตอร์ นีล เกรชเช่นเฟลด์ ได้กล่าวด้วยว่าปัญหาหลักๆมาจากรัฐและสถาบันใหญ่ๆ ทั้งๆที่คนส่วนมากตื่นเต้นกับนวตกรรมนี้ "แต่มันก็ขัดกับหลักของบริษัทที่สอนให้บุคคลากรเป็นแต่บริโภคเทคโนโลยีแทนที่จะสอนให้คนมีความคิดสร้างสรรและกล้าที่จะทำ"

ตรง นี้ใช่แต่ว่าจะมีแต่คนมองในแง่ดี พวกบ้าอำนาจกลับมองว่ามันถอนอำนาจพวกเขาและเผยให้เห็นนัยแท้ของพวกเขา โดยทุกอย่างที่กล่าวไปนี้ถูกจารึกไว้ตั้งแต่ปี300บีซี ภายใต้รัฐธรรมนูญของชาว เอทีเนียน ที่มีการกล่าวถึงหนึ่งในพวกบ้าอำนาจที่ไม่พอใจที่รัฐได้กระจายอำนาจเพื่อการ เป็นอยู่ของส่วนรวม

ด๊อกเตอร์ นีล เกรชเช่นเฟลด์ ยัง ได้กล่าวอีกว่าสิ่งประดิษฐ์ของเขาสามารถเปลี่ยนสถานะของคนอีน5000ล้านให้มา เป็นผู้บุกเบิกและประยุกต์ เพื่อให้เหมาะกับสภาพของทรัพย์ยากรของประเทศนั้นๆ แต่ก่อนเขาเคยคิดว่าต้องใช้เวลาถึง20ปีแต่ยอดของ"แฟบแล็บ"ทำให้เขาเริ่มคิดใหม่



ภายในของ"แฟบแล็บ" ที่แอมสเตอร์แดมกับหลากหลายเครื่อง"ผลิต"ที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ

คำใบ้ที่ด๊อกเตอร์ นีล เกรชเช่นเฟลด์ พยายามจะสื่อก็เป็นจุดใต้ตำตอของวัฒนธรรมแห่งความพอเพียงของคนไทยอยู่แล้ว ซึ่งสืบต่อมาถึงวิธีการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพที่ทำให้กลุ่มกิจการเล็กๆ สามารถเอาชนะบริษัทใหญ่ๆได้ ซึ่งเกิดเป็นแรงบันดาลใจและกำลังใจในสิ่งประดิษฐ์ของเขา ที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลกได้ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการเปลี่ยนการมองแบบเก่าๆที่ประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยี ใหม่ๆซึ่งเริ่มปฏิบัติกันแล้วในหลายๆแห่ง

ความพอเพียงเป็นนิยามที่ พวกทุนสามานท์ขยาดกันมาแต่นมนาน ซึ่งเราควรหันมาใช้ประโยชน์จากคนใกล้ตัวและคนรอบข้างที่มีความสามารถแทนที่ จะมักง่ายอุตหนุนเครือข่ายทุนสามานท์ ด้วยนวตกรรม"
แฟบแล็บ"และ ด้วยอุตสาหะที่เราทั้งหลายอยากจะช่วยสังคม ประเทศและชาติและเพื่ออนาคตที่ดีขึ้นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนความคิดโดยปริยาย ณ ตอนนี้พวกเราได้มีสื่อที่ไม่พูดเท็จอแล้วควรถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะ ต่อยอดด้วยการเป็นเอกเทศจากรัฐและทุนสามานท์ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและควรเริ่มทำเป็นกิจวัตรตั้งแต่วันนี้